เช็กสิทธิบัตรทองปี 65 รักษาได้ทุกที่

เช็กสิทธิบัตรทองปี 65 รักษาได้ทุกที่  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไปหากท่านเกิดเจ็บป่วยหรือมีความจำเป็นท่านสามารถไปรับบริการจากสถานบริการที่ใดก็ได้ โดยจะไม่ถูกปฏิเสธเพื่อลดข้อจำกัดการเข้ารับบริการของประชาชนนั้นเอง

เช็กสิทธิบัตรทองปี 65 รักษาได้ทุกที่

อัปเดตการเพิ่มสิทธิประโยชน์การรักษาโดยท่านที่มี บัตรทอง ทุกท่านในวันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป สปสช.หรือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  ปรับระดับ บัตรทองให้ใหม่ หากเจ็บป่วย และมีความจำเป็น สามารถไปรับบริการจากสถานบริการปฐมภูมิที่ใดก็ได้ โดยไม่ถูกปฏิเสธ หรือถูกเรียกเก็บเงิน หรือต้องกลับไปรับใบส่งตัว เพื่อลดข้อจำกัดการเข้ารับบริการของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็น ไม่สามารถไปรับบริการที่หน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้ได้ เช่น เดินทางไปนอกพื้นที่ หรือพักอาศัยอยู่ในเขตติดต่อจังหวัดอื่น  โดยประชาชนที่ถือบัตรทองจะมีหน่วยบริการประจำ (สถานพยาบาล) ที่ลงทะเบียนไว้ ดังนั้นหากประชาชนไปรักษาที่หน่วยบริการ (สถานพยาบาล) ที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ จะถูกเรียกเก็บเงิน หรือต้องกลับไปรับใบส่งตัว

บริการใหม่ของบัตรทองใหม่

ท่านที่ถือบัตรทอง 30 บาท หากเกิดภาวะเจ็บป่วย จำเป็นต้องรับการรักษา เช่น ยาหมด ทำแผลต่อเนื่อง เจ็บ ไข้ ไอ ปวด เป็นต้น สามารถเข้ารับบริการผู้ป่วยนอกได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปรับใบส่งตัวจากหน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้

วิธีตรวสอบสิทธิบัตรทองด้วยตนเอง ผ่านทาง 5 ช่องทางดังนี้

วิธีทำบัตรทองและเช็คสิทธิ์บัตรทองด้วยตนเอง-แบบง่ายๆใครก็ทำได้
  • 1.ท่านสามารถติดต่อด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานเขต กทม. (19 เขต)/ สปสช. เขตพื้นที่ 1-13/ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ โรงพยาบาลของรัฐ
  • 2.โทรสายด่วน สปสช. 1330 จากนั้นกด 2 ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และเครื่องหมาย #
  • 3.ติดต่อผ่าน Application “สปสช.” สามารถดาวน์โหลดฟรี ได้ทั้งระบบ Andriod และ iOS (สแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน) (หมายเหตุ : เมื่อลงทะเบียนติดตั้งแอปพลิเคชันเรียบร้อย สามารถเข้าใช้งานฟังก์ชั่น ตรวจสอบสิทธิตนเอง และตรวจสอบสิทธิคนในครอบครัวได้ทันที)
  • 4.ติดต่อผ่าน LINE Official Account สปสช. – แอดเป็นเพื่อนง่าย ๆ พิมพ์ค้นหา Line ID @nhso หรือ สแกน QR Code/ หรือคลิกลิงก์ https://lin.ee/zzn3pU6(หมายเหตุ : ใช้งานง่าย ๆ เพียงเลือกฟังก์ชั่น “ตรวจสอบสิทธิ” และกรอกข้อมูล ก็สามารถตรวจสอบสิทธิได้แล้ว)
  • 5.ติดต่อผ่านทางเว็บไซต์ สปสช. www.nhso.go.th (เข้าเมนูประชาชน เลือกหัวข้อ “ตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” หรือคลิกลิงก์นี้ https://eservices.nhso.go.th/eServices/

กรณีไม่สามารถติดต่อขอทำบัตรได้ด้วยตนเอง

สำหรับกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พ่อแม่ไม่จดทะเบียนสมรสเด็กอยู่กับพ่อ ไม่สามารถติดตามหาแม่ได้ พ่อจะไปทำบัตรทองให้เด็กต้องใช้เอกสาร ดังนี้

  • บัตรประชาชน หรือ สูติบัตร
  • ทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง * กรณี เด็กอาศัยอยู่ใน กทม. แต่ทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด ให้นำสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ให้อยู่อาศัยมาด้วย

หนังสือมอบอำนาจทำบัตรทองสามารถเขียนหรือพิมพ์ขึ้นเองได้ หรือต้องใช้แบบฟอร์มของทางหน่วยงาน

  • ดาวโหลดที่เว็บไซต์ https://bkk.nhso.go.th
  • เดินทางไปรับที่หน่วยงานที่ไปติดต่อ

เด็กที่อาศัยอยู่กับญาติ ญาติจะพาไปทำบัตรทองต้องมีหนังสือยินยอมจาก พ่อ แม่ หรือไม่

  • ผู้ปกครองที่ไม่ใช่พ่อแม่ สามารถไปทำบัตรทองให้เด็กได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือยินยอม

เด็กที่อาศัยอยู่กับญาติ แต่ไม่สามารถติดต่อบิดามารดาเด็กได้ ญาติสามารถพาไปทำบัตรทองต้องใช้เอกสาร ดังนี้

  • บัตรประชาชน หรือ สูติบัตร
  • ทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง (ผู้ปกครองที่ไม่ใช่พ่อแม่ สามารถไปทำบัตรทองให้เด็กได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือยินยอม)
  • กรณี เด็กอาศัยอยู่ใน กทม. แต่ทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด ให้นำสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ให้อยู่อาศัยมาด้วย

กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี บิดา-มารดา สามารถไปทำบัตรทองให้บุตรได้โดยไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากบุตร

กรณีบุตรอายุ 15 ปีขึ้นไป บิดา-มารดา ไปทำบัตรทองให้บุตรได้

  • ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนจากบุตรก่อนโดยหนังสือมอบอำนาจต้องเป็นรูปแบบที่เจ้าหน้าที่เขตกำหนดไว้

กรณีบุคคลบรรลุนิติภาวะ สามารถมอบอำนาจให้ บิดา-มารดา พี่น้อง ญาติ (ระบุความสัมพันธ์ ) ไปทำบัตรทองแทนได้

  • แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน
  • พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ลงทะเบียนแทน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม.